ฤดูหนาว

จะเป็นอย่างไร สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่กำลังเข้าสู่ฤดูหนาว เกมการรบจะเปลี่ยนอย่างไร

อีกไม่นาน ฤดูหนาวก็จะเข้าปกคลุม ประเทศยูเครน และสภาพภูมิอากาศเหล่านี้ ก็จะเป็นอุปสรรค ในการทำสงครามรบ ของกองกำลัง ยูเครน ที่ถูกช่วงชิงดินแดนโดยรัสเซีย กลับคืนมา แต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง ทางฝ่ายรัสเซีย ก็อาจจะทำให้ฝั่งพลเรือน ของยูเครนได้เผชิญกับ ฤดูหนาวที่แสนโหดสัส ด้วยวิธีการโจมตี คลังน้ำมัน และโรงานผลิตไฟฟ้า

คำถามคือ หน้าหนาวในยูเครนโหดแค่ไหน ต้องอธิบายก่อนว่า ช่วงหน้าหนาวของยูเครนนั้น จะอยู่ช่วงระหว่าง เดือน ธ.ค.ถึง มี.ค. และจะมีอุณหภูมิเฉลี่ย ต่ำสุดอยู่ที่ -4.8 องศา และจากสถิติ จะมีหิมะตกแต่ละเดือน หนาประมาณ 1.5 เมตร แต่พื้นที่ทางตอนใต้ ของประเทศ จะไม่รุนแรงเท่ากับ พื้นที่ทางฝั่งภาคเหนือ

ฤดูหนาว

ฤดูหนาวจะส่งผลต่อสงครามนี้อย่างไร

ในกรุงเคียฟ ซึ่งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศอากาศเริ่มหนาวเย็นแล้ว โดยในเดือน ม.ค. จะมีอุณหภูมิตอนกลางวันเฉลี่ยที่ -3.8 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยตอนกลางคืนอยู่ที่อย่างน้อย -6.1 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม ในภูมิภาคแคร์ซอน ซึ่งอยู่ทางภาคใต้นั้น มีอุณหภูมิเฉลี่ยในเดือน ม.ค.ที่ 0.9 องศาเซลเซียส

และมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดที่ -3.7 องศาเซลเซียส นี่หมายความว่าพื้นที่แนวรบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน อาจมีอุณหภูมิหนาวเย็นจนทำให้พื้นดินแข็งตัว อย่างไรก็ตาม แนวรบทางภาคใต้ใกล้ภูมิภาคแคร์ซอนอาจมีหิมะตกสลับกับฝน ซึ่งจะทำให้พื้นดินกลายสภาพเป็นโคลนตม

ฤดูหนาวส่งผลต่อทหารอย่างไร พื้นดินที่กลายสภาพเป็นโคลนตม และหิมะท่วมสูงจะทำให้กำลังพลและยานรบเคลื่อนที่ได้ช้าลง ฟอร์บส์ แมคเคนซี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ บริษัทผู้ให้บริการข่าวกรอง Mackenzie Intelligence Services ระบุว่า สภาพโคลนตมจะทำให้กองทัพยูเครนเสียเปรียบ เพราะจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้พวกเขาไม่สามารถรุกคืบได้อย่างรวดเร็ว

“ฝ่ายยูเครนต้องการรบในฤดูหนาวรุนแรงที่พื้นดินจับตัวแข็ง เพื่อที่พวกเขาจะเคลื่อนพลได้อย่างรวดเร็วและเป็นต่อฝ่ายรัสเซีย” เขาอธิบาย “อย่างไรก็ตาม กองทัพรัสเซียต้องการรบในฤดูหนาวที่อากาศอบอุ่นและเปียกแฉะซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อฝ่ายยูเครน” ก่อนหน้านี้ปฏิบัติการของกองทัพยูเครนในภูมิภาคแคร์ซอนต้องเผชิญกับอุปสรรค

จากฝนตกหนักมาแล้วในเดือน ต.ค. ปัญหาใหญ่ของทั้งสองฝ่ายคือจะทำอย่างไรเพื่อให้กำลังพลมีเสบียงเพียงพอ เบน แบร์รี นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ กล่าวว่า “กำลังพลต้องการอาหารเพิ่มขึ้นในฤดูหนาว และจำเป็นต้องมีเชื้อเพลิงมากขึ้นเพื่อสร้างความอบอุ่น”

“อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายต่างคุ้นชินกับสภาพอากาศหนาวเย็น และยุทโธปกรณ์ก็ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในอากาศหนาวเย็น ดังนั้นฤดูหนาวจะไม่อาจหยุดยั้งการสู้รบของทหารทั้งสองฝ่ายได้ด้วยประการทั้งปวง”

ฤดูหนาวส่งผลต่อรูปแบบการรบอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารหลายคนคิดว่าในฤดูหนาว ทั้งกองทัพรัสเซียและยูเครนจะมุ่งใช้การโจมตีด้วยปืนใหญ่ มากกว่าการสู้รบทางภาคพื้น มารินา มีรอน นักวิจัยด้านกลาโหมจากคิงส์คอลเลจ มหาวิทยาลัยลอนดอน กล่าวว่า “ในฤดูหนาว การส่งเสบียงและยุทธภัณฑ์ทำได้ยากกว่า และกำลังพลก็มีความเสี่ยงเผชิญปัญหาขาดแคลนเสบียงมากขึ้น” ดังนั้น “ทั้งสองฝ่ายน่าจะใช้ปืนใหญ่พิสัยไกล

และโดรนเพื่อโจมตีเส้นทางลำเลียงเสบียง และคลังเสบียง เพื่อทำให้ศัตรูสูญเสียทรัพยากร” เธอบอก อย่างไรก็ตาม หมอกและพายุหิมะจะส่งผลกระทบ ต่อความสามารถในการมองเห็นเป้าหมายปืนใหญ่ของแต่ละฝ่าย ยกเว้นพวกเขาจะใช้อุปกรณ์กล้องอินฟราเรด รัสเซียและยูเครนต่าง มีโดรนเป็นอุปกรณ์สำคัญในการรบครั้งนี้ และโดรนส่วนใหญ่ที่ใช้กันมักติดตั้งเพียงกล้องชนิดธรรมดา

รัสเซียจะพุ่งเป้าต่อพลเรือนยูเครนในฤดูหนาวนี้หรือไม่

ช่วงที่ผ่านมา รัสเซียได้ระดมโจมตีย่านที่อยู่อาศัยของพลเรือน รวมทั้งสาธารณูปโภค เช่น โรงผลิตไฟฟ้าและน้ำประปา โอริเซีย ลุตเซวิช หัวหน้าฝ่ายวิจัยเกี่ยวกับยูเครนจากสถาบันศึกษานโยบายต่างประเทศแชตธัม เฮาส์ (Chatham House) ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า รัสเซียน่าจะดำเนินกลยุทธ์นี้ไปตลอดฤดูหนาว

เธอกล่าวว่า พลเรือนน่าจะตกเป็นเป้าหมาย โดยใช้การโจมตีระบบสาธารณูปโภค เพื่อให้พวกเขาขาดความอบอุ่น “ตอนนี้ผู้คนพากันสำรองเชื้อเพลิงต่าง ๆ เช่น ไม้ฟืน รวมทั้งซื้อเตาผิงและเตาอั้งโล่ ส่วนสถานที่เช่น โรงพยาบาลได้ซื้อเครื่องปั่นไฟของตัวเอง” กลยุทธ์ทำศึกในปัจจุบันของรัสเซีย อยู่ภายใต้

การควบคุมของ นายพลเซอร์เก ซูโรวิกิน ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการรบคนใหม่ของกองทัพรัสเซียในยูเครน เขาได้รับการขนานนามว่า “นายพล อาร์มาเก็ดดอน” เพราะมักใช้กลวิธีรุนแรงเกินกว่าเหตุในการบัญชาการรบในซีเรียและสมรภูมิอื่น

ขอบคุณแหล่งที่มา : bbc.com

สามารถอัพเดตข่าวสารเรื่องราวต่างๆได้ที่ : anclotefire.com